แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การปั่นจักรยาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การปั่นจักรยาน แสดงบทความทั้งหมด

การปั่นจักรยานที่ถนอมหัวเข่า



อาการปวดเข่าเมื่อปั่นจักรยานนั้น เกิดขึ้นจากการปั่นจักรยานด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสมกับอาการเจ็บเข่าที่เป็นอยู่ ทั้งนี้โดยปกติแล้วการปั่นจักรยาน จะมีการเคลื่อนไหวและใช้แรงที่หัวเข่า ดังนั้นการเกิดความรู้สึกปวดเข่าได้บ้าง แต่… คุณทราบไหมว่าจริงๆ แล้วหากไม่นับในผู้ที่มีปัญหาในเรื่องอาการข้อเข่า ที่เกิดจากการบาดเจ็บ หรือเป็นโรคไขข้อมาก่อนและมีอาการกำเริบเองแล้ว การที่เรารู้สึกปวดหัวเข่าจากการปั่นจักรยาน เป็นเรื่องที่… ผิดปกติ ! เพราะจักรยานนั้นหากใช้งานอย่างถูกต้องแล้ว มันเป็น อุปกรณ์ออกกำลังกาย ที่จะไม่เกิดแรงกดรุนแรงที่หัวเข่าจนเกิดอาการบาดเจ็บได้ แม้จะเป็นอาการปวดเข่าไม่มาก

สาเหตุที่มาของอาการปวดเขาจากการปั่นจักรยาน ที่พบมากที่สุด ก็คือ
1 การปรับขนาดความสูงของเบาะที่ไม่เหมาะสม ความสูงที่น้อยเกิดไป เวลาปั่น หัวเข่าจะทำมุมแหลม อยู่แทบตลอดเวลา นั่นทำให้เกิดการเสียดสีตรงข้อต่อที่หัวเข่า ซึ่งเป็นที่มาของอาการปวดเข่าในขณะปั่น หรือหลังจากปั่นเสร็จแล้ว ซึ่งหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปนานๆ อาจเกิดปัญหาโรคข้อเข่าเสื่อมถามหากันได้เลย การแก้ไขก็เพียงแต่ปรับความสูงของเบาะให้เพิ่มขึ้น ให้ดูที่เวลาปั่น หัวเข่าจะทำมุมเป็นมุมป้านไม่ใช่มุมแหลม การเหยียดขาเวลาปั่นสุด ขาเกือบจะตรง การปั่นในลักษณะนี้จะไม่เกิดแรงกดที่หัวเข่าที่ทำให้การปวดได้

2.ใช้เกียร์หนักเกินไป การใช้เกียร์หนักทำให้เข่าต้องออกแรงปั่นมาก ดังนั้นควรจะใช้เกียร์ต่ำและปั่นรอบเยอะแทน

3. ปั่นบนทางที่ชันเกินไป ใครที่เคยมีอาการข้อเข่าเสื่อม หรือมีอาการบาดเจ็บมาก่อน ก็สามารถปั่นจักรยานได้ แต่ควรเป็นการปั่นทางเรียบ แต่หากจะให้ดี ควรเริ่มต้นจากการปั่นจักรยานประเภท Spinning Bike ที่ปั่นอยู่กับที่ก่อน เพื่อให้กล้ามเนื้อและหัวเข่ามีความพร้อม ขึงค่อยออกไปปั่นตามถนน แต่จริงๆ แล้วการปั่นในบ้านก็ได้ผลดีในทางการออกกำลังกายเช่นเดียวกัน จะดีกว่าด้วยซ้ำในเรื่องความปลอดภัย และไม่เกิดปัญหาเรื่องแรงกระแทกที่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บกำเริบ

ขอย้ำอีกครั้งว่า การปั่น จักรยานออกกำลังกาย นั้นหากเป็นปกติและถูกต้องแล้ว มันจะไม่ก่อให้เกิดอาการปวดที่หัวเข่า หากว่ามีอาการเมื่อใด ขอให้เริ่มต้นหาสาเหตุ และแก้ไข อย่าชะล่าใจ มันจะกลายเป็นอาการเจ็บเรื้อรังขึ้นมาได้

Source : http://www.elib-online.com/doctors/ortho.html

ปั่นจักรยานเพื่อการลดน้ำหนัก

จักรยานคือพาหนะที่เหมาะกับยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก ไหนจะ สะดวก ประหยัดค่าเดินทาง แถมยังได้สุขภาพที่ดีอีกด้วย แหม ไม่เรียกว่า คุ้ม จะให้เรียกว่าอะไร แต่สังคมไทยในทุกวันนี้ยังไม่ค่อยเห็นใครเอาจักรยานออกมาปั่นเพื่อออกกำลังกายเท่าไรเลย หรือแม้แต่การใช้เป็นพาหนะเดินทางระยะใกล้ ๆ การปั่นจักรยานนั้นมีประโยชน์มากมาย ทั้งทำให้กล้ามเนื้อขาเราแข็ง

โดยเฉพาะส่วนของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้และหลัง จะเพิ่มกำลังมีความแข็งแรงมากขึ้น เป็นการยืดเส้นยืดสายได้ดีเลยทีเดียว โดย เฉพาะบริเวณเอว กล้ามเนื้อสะโพก ทำให้ป้องกันปัญหาปวดกล้ามเนื้อขาได้ สำหรับคนที่อ้วน การปั่นจักรยาน ยังช่วยในการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ทำให้ลดอัตราการสะสมของไขมันได้ทุกส่วนโดย เฉพาะ พุงกะทิที่ไม่พึงประสงค์ของท่าน และลดไขมันที่ผนังหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี

หากเราหั่นมาออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานเป็นประจำ จะทำให้หัวใจเราแข็งแรง กล้ามเนื้อหัวใจทำงานดีขึ้นอีกด้วย ก็จะทำให้หัวใจแข็งแรง กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ดีขึ้น



การปั่นจักรยานถือว่าเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ที่ช่วยให้เลือดภายในร่างกายเราไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงร่างกาย ซึ่งนั่นก็เท่ากับช่วยให้หัวใจของเราแข็งแรงไปด้วย และที่สำคัญ คือ ตะกรันไขมันที่จับอยู่ตามเส้นเลือดของเราก็จะพลอยจะถูกกำจัดออกไปด้วย จึงเป็นวิธีในการป้องกันภาวะเส้นเลือดตีบตันได้อีกทางหนึ่ง และส่วนอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกายเรา ก็ไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะไม่ได้ทั่วทั้งร่างกายทุก ๆ ส่วน เพราะเราได้ขยับร่างกายเกือบทุกส่วนอยู่แล้ว และยังส่งผลดีโดยเฉพาะปอด

การปั่นจักรยานไป ไม่ได้ช่วยให้ร่างกายเราแข็งแรงอย่างเดียว เวลาที่เราปั่นไป มองดูทิวศ์ทัศน์รอบ ๆ ตัว ท่ามกลางอากาศที่บริสุทธิ์ ในยามเช้าก็ดี จะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ สูดอากาศให้เต็มปอด จะทำให้กระบวนการหายใจแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนเพื่อนำไปใช้สร้างเม็ดเลือดขาวในกระแสเลือดได้ดีขึ้น และส่งผลให้เราอารมณ์ดี จากการเพิ่มของระดับฮอร์โมนแอนเดอร์ฟินอีกด้วย


การปั่นจักรยานเพื่อลดความอ้วน

การปั่นจักรยานให้ผลลัพธ์ที่ดีมาก เพราะเป็นเหมือนการออกกำลังกายแบบแอโรบิก หากทำอย่่างเป็นประจำ อย่างค่อยเป็นค่อยไปอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ร่างกายเราสามารถเผาผลาญไขมันได้เป็นอย่างดี เพราะการปั่นจักรยานจะส่งผลดีต่อช่วงขา รวมถึงหน้าท้อง และก้น และหากมีการใช้อุปกรณ์บางอย่างเพิ่ม จะช่วยบริหารแขนได้ด้วยเพียงแค่มีแท่งยกน้ำ หนัก 1 คู่ ที่หนักไม่มากก็เพียงพอแล้ว

การปั่นจักรยานนั้นมีข้อดีมากกว่าการวิ่ง เพราะการวิ่งจะใช้กำลังส่วนข้อเท้าอย่างมาก และยังไปถึง หัวเข่า และหลัง คุณอาจเริ่มจากการปั่นจักรยานแบบช้า ๆ ไปก่อน โดยเราจะยังไม่เพิ่มแรงเสียดทาน แล้วค่อยเพิ่มความเร็วในการปั่นและเพิ่มอุปกรณ์เพิ่มน้ำหนักที่แป้นถีบมากขึ้นให้ดูเหมือนปั่นขึ้นเขา และการออกกำลังกายทุกประเภท เคล็ดลับที่จะบริหารร่างกายให้ได้ผลดีที่สุดคือ ทำทุกวันบ่อย พยายามทำทุกวัน เป็นประจำ ถึงแม้จะใช้เวลาไม่มากก็ตาม

ลดความอ้วน ด้วยวิธีการปั่นจักรยาน มีดังนี้

1. เราต้องอบอุ่นร่างกายซะก่อนเพื่อให้ร่างกายได้รับรู้ว่า เราจะทำอะไรกับเขา

2. ปรับ อานที่นั่งให้สูงเพียงพอที่จะเหยียดขาเวลาปั่นได้ เมื่อวางเท้าบนแป้นให้ขนานกับพื้นและหัวเข่าจะต้องทำมุม 10-15 องศาถ้าที่นั่งนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำจนเกินไป จะทำให้เรานั้นรู้สึกเหนื่อยเร็วมากขึ้น และทำให้ส่วนของหัวเข่าต้อง ออกแรงมากกว่าปกติ และถ้าอยู่สูงเกินไป ก็จะทำให้ต้องเคลื่อนไหวส่วนของอุ้งเชิงกราน ทำให้หลังส่วนล่างทำงานและต้องรับน้ำหนักมากที่จับ (หรือที่เรียกว่า แฮนด์) สามารถปรับระดับได้เช่นกัน ขั้นแรกเริ่มจากระดับสูงก่อน วางมือทั้งสองข้างขนานกันบนที่จับจากนั้นค่อยลดระดับลงเพื่อเพิ่มความ โค้งให้กับแผ่นหลัง

3. ความเร็วและแรงในการปั่น ถ้าคุณพึ่งเริ่มต้นยังไม่ชิน ให้เริ่มจากการปั่นแบบธรรมดาที่ความเร็ว 60 รอบต่อนาที (1 รอบต่อวินาที) ปั่นต่อเนื่องประมาณ 10 นาที จากนั้นเริ่มปรับให้ชันมากขึ้น แล้วปั่นอีก 10 นาที สลับกลับไปที่แบธรรมดาอีก 10 นาที ทำแบบนี้ใน 1 อาทิตย์ให้ทำ 3 ครั้ง 3 วัน เป็นเวลา 3 อาทิตย์ ก่อนที่จะเริ่มโปรแกรมถัดไปและเมื่อเราเริ่มจะชำนาญมากขึ้นแล้ว แนะนำให้เริ่มปั่น 80-90 รอบต่อนาที สลับกับแบบธรรมดา 15 นาที และแบบชัน 15 นาที และแบบธรรมดา 15 นาที ทำ 3-4 ครั้งต่ออาทิตย์

ทำแบบนี้อย่างน้อย ๆ 3 อาทิตย์ก่อนที่จะเข้าโปรแกรมที่สูงขึ้นต่อไป หลังจากเราโปรกับระดับ ต่าง ๆ แล้ว ลองเปิดเพลงเพื่อกำหนดความเร็วในการปั่นแบบธรรมดาและแบบชัน ในขั้นนี้อาจสลับด้วยการเดินได้และเพิ่มเวลาขึ้นอีก 2 อาทิตย์ (การเปิดเพลงนอกจากช่วยจับเวลาได้แล้วยังช่วยให้เราเพลินในขณะออกกำลังกายด้วย)

หลายคนสงสัยว่าควรไปปั่นจักรยานที่ไหนดี

ถ้าขี่จักรยานบนทางราบด้วยความเร็ว 20 กม./ชม. ถือว่าช้าจะไม่เกิดสภาพแอโรบิคที่ต้องการ อย่าลืมว่าการที่เราขี่จักรยานเป็นการออกกำลังที่ตัวจักรยาน มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมาก ถ้าขี่ช้า ๆ ตัวจักรยานจะเป็นตัวช่วยเราซะส่วนใหญ่ ไม่เกิดประโยชน์ต่อหัวใจ หรือจะมีก็มีน้อย แต่ผู้ที่รุ้จริงด้านนี้บอกว่าถ้าเราขี่จักรยานด้วยขนาดความเร็วกว่า 30-32 กม./ชม. ก็จะเปรียบเทียบได้เท่ากับการวิ่งความเร็วประมาณ 3 นาทีกว่า ๆ ต่อ 1 กิโลเมตร (อันนี้เป็นการวิ่งที่เร็วมากสำหรับนักวิ่งส่วนใหญ่ในบ้านเรา ซึ่งน้อยคนนักที่จะทำได้

สรุปคือ เราควรปั่นจักรยานให้อยู่ในช่วงความเร็วที่ประมาณ 25 ถึง 28 กม./ชม. จึงจะได้ออกแรง สมกับที่เราตั้งใจมาออกกำลังกัน ความเร็วที่พูดถึงในตอนนี้ เป็นความเร็วโดยเฉลี่ยที่ชาวต่างชาติเขาทำได้กัน แต่สำหรับคนไทยเราโดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ออกกำลังมานาน ๆ อย่าได้นำข้อมูลนี้เป็นบรรทัดฐานในการฝึกเป็นอันขาด ทางที่ดีก็ควรจะลองขี่ไป แล้วลองจับชีพจรของเาดูว่าเราได้แค่ไหนจึงจะได้ 75-80% ของอัตราหัวใจเต้นสูงสุดของตัวเอง ดังได้กล่าวไว้แล้วในตอนต้นๆ

วิธีการขี่จักรยานที่้ถูกต้อง

พวกที่เริ่มขี่จักรยานใหม่ ๆ มักจะเข้าใจผิด และพยายามใช้เกียร์สูงสำหรับการปั่น โดยส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะพิจารณาว่าทางที่เราขี่ไปจะเป็นอย่างไร วิธีที่ถูกเราควรเลือกเกียร์ต่ำ ๆ ไว้ก่อน และปั่นให้จักรยานนั้นวิ่งไปเรื่อย ๆ อย่างราบเรียบ โดยถีบซอยขาด้วยความถี่อยู่ที่ประมาณ 70 รอบต่อนาที พยายามถีบให้ขาซอยคงที่ ขนาดนี้ ถ้ามีทางขึ้นเนินลงเนินหรือมีลมต้าน ก็ค่อยสับเกียร์ต่ำ เกียร์สูง ตามไปอีกที คือเราต้องพยายามปรับการซอยให้คงที่อย่างที่ว่าไว้ ไอ้รอบที่เราซอยขาคงที่ขนาดนี้

นักปั่นต่างชาติเขาจะเรียกว่า ‘เคเดนซ์’ หรือ cadence แปลตรง ๆ ตัวว่า จังหวะเคาะตอนเล่นดนตรี และสำหรับการปั่นจักรยานคงหมายถึงการทำอะไรให้เป็นจังหวะคงที่สม่ำเสมอ สำหรับพวกเราพยายามซอยขาให้คงที่ด้วยความถี่ประมาณ 70 รอบต่อนาที ก็โอเคแล้วครับ

ตอนเราเริ่มใหม่ ๆ ให้ปั่นไปสัก 20 นาทีก็พอแล้ว หลังจากนั้นพักจนชีพจรกลับมาเป็นปกติ แล้วก็เริ่มปั่นใหม่ จนคุณรู้สึกเหนื่อยแบบสบาย ๆ คือเหนื่อย แบบไม่ใช่เหนื่อยจนเดินยังไม่ไหว หัวใจแทบจะเต้นออกมานอกอกอะไรประมาณนี้ เอาแค่เหนื่อยไม่มากก็เป็นพอ

ระยะเวลาในการปั่น

เราพยายามให้เหมือนกับการคาร์ดิโอทั่วไป อยู่ที่ ครั้งไม่ต่ำกว่า 40 นาที 3-4 วัน ต่อสัปดาห์การขี่จักรยานโดยเฉลี่ยจะใช้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี/ชม. ซึ่งการใช้พลังงานขนาดนี้ถ้าเราสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอก็จะสามารถลดความอ้วนได้เป็นอย่างดีเลยครับ

ที่มาจาก : http://www.thaiherbtherapy.com/



เรื่องเล่า สุขภาพดีเพราะปั่นจักรยาน




ด้วยความเป็นคนชอบรับประทานอาหารประเภทสัตว์ปีก เนื้อวัว และเครื่องในสัตว์ เป็นชีวิตจิตใจ จู่ๆวันหนึ่ง เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เก๊าต์ก็เข้าจู่โจมให้คุณธริษตรี จุลกทัพพะ หรือคุณเจี๊ยบตกอยู่ในสภาพไม่ต่างจากนกปีกหักโดยไม่ทันตั้งตัว 

“วันนั้นไปกินนกพิราบที่สีลมกับเพื่อนๆ พอเช็คบิล ก็ปวดระบมไปทั้งตัว โดยเฉพาะที่หัวเข่า ลุกเดินไม่ได้ ต้องหิ้วปีกเข้าลิฟต์ลงมา ตอนนั้นปวดมาก เชื่อไหมว่ากลับมานอน เปิดพัดลมโดนผิวยังปวดเลย”

คุณเจี๊ยบโขยกเขยกไปหาหมอ เมื่อรู้ว่าเป็นเก๊าต์และตัวกระตุ้นชั้นดีก็มาจากเรื่องอาหารการกิน คุณเจี๊ยบจึงงดอาหารแสลง ทั้งไก่ เป็ด ห่าน นก แตงกวา ผักกระถิน หน่อและยอดผักต่างๆ ที่เคยเป็นของโปรดทันที จนทำให้อาการดีขึ้น

เขาได้คิดว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โรคที่อาจจะหลบซ่อนอยู่นานปี มากำเริบจนแสดงตัวออกมาในครั้งนี้ คือการห่างหายจากการปั่นจักรยานที่ทำเป็นประจำ เพราะก่อนหน้านี้เขาเองไม่เคยมีปัญหาเรื่องกระดูกหรือแขนขาเลย แถมยังแข็งแรงกว่าคนวัยเดียวกันด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้คุณเจี๊ยบจึงมั่นใจว่าหากตัวเองหันมาปั่นจักรยาน ก็จะเอาชนะโรคร้ายนี้ได้อย่างแน่นอน

“ไม่กินยาเลยแม้แต่เม็ดเดียว แต่วันแรกๆ ที่ยังปวดมากอยู่ ก็ยังปั่นไม่ได้ ระหว่างนี้ก็พยายามดื่มน้ำมากๆ เพื่อไล่กรดยูริกที่สะสมอยู่ตามข้อ ผ่านไปอาทิตย์หนึ่งพอจะปั่นได้ ก็ปั่นเลย”

คุณเจี๊ยบเล่าถึงขั้นตอนการปั่นจักรยานหนีเกาต์อย่างละเอียดลออว่า“ต้องปั่นอย่างต่อเนื่องโดยใช้เกียร์เบา แต่ไม่เบาซะทีเดียว ปั่นด้วยแรงที่พอตึงๆ เท้า แต่พยายามปั่นให้ได้ความเร็วรอบขาราวๆ 80-100 รอบต่อนาที อย่าหักโหมจนเหนื่อยมาก ให้ยังพอคุยรู้เรื่อง ชีพจรเต้นประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์ อย่างอายุ 40 ก็อยู่ประมาณ 120 ต่อนาที ระหว่างปั่นจะกินน้ำไปด้วย ชั่วโมงหนึ่งดื่มเป็นลิตรถึงสองลิตร”

โดยส่วนตัวคุณเจี๊ยบเข้าใจว่าด้วยวิธีดังกล่าว นอกจากจะทำให้ร่างกายได้เหงื่อแล้ว ยังได้ออกซิเจนเข้าไปเผาผลาญพวกไขมันที่เกาะอยู่ตามข้อตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย หลังจากนั้น 2 อาทิตย์ คุณเจี๊ยบก็เพิ่มเวลาในการปั่นขึ้นตามลำดับ

“หลังจากที่ปั่นวันละครึ่งชั่วโมงปั่นเกือบสองอาทิตย์ ก็เพิ่มมาปั่นต่อเนื่องให้ได้อย่างน้อย 45 นาที อาจเป็นชั่วโมงหนึ่งบ้าง 45 นาทีบ้างก็แล้วแต่ แต่พยายามไม่ให้ต่ำกว่าวันละ 45 นาที การปั่นเพื่อรักษาต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ช่วงนั้นปั่นจักรยานอาทิตย์ละ 5 วัน เสาร์อาทิตย์ปั่นไปบนถนนกับเพื่อนๆ วันละชั่วโมง สองชั่วโมงทุกอาทิตย์ ถ้าเป็นวันธรรมดาก็จะปั่นอยู่กับที่ในบ้าน”
“จักรยานที่ใช้เป็นจักรยานแบบที่เราขี่เป็นประจำคือ เสือหมอบหรือจะเป็นจักรยานมีเกียร์อื่นๆ ก็ได้ แล้วใส่เครื่องที่จับล้อล๊อคล้อแล้วก็ปั่นอยู่กับที่ ปั่นไปด้วยดูทีวีดูละครไปด้วย ด้วยความความเร็วรอบขาเหมือนกัน ปั่นแบบนี้เราก็ต้องพยามยามระวังตัวเองไม่ให้ออกแรงจนดุเดือด ปั่นให้พอหายใจพริ้ว ให้เหงื่อออก แล้วก็ดื่มน้ำไปด้วย”

หลังจากตั้งหน้าตั้งตาปั่นจักรยาน ด้วยความเชื่อมั่นว่าจะเป็นทางออกที่แท้จริง 
โดยไม่ต้องพึ่งพายาที่อาจทิ้งผลเสียไว้กับร่างกาย ก็พิสูจน์ได้ว่าอาการค่อยๆ พลิกกลับมาดีวันดีคืนขึ้นตามลำดับ

“หลังจากปั่นจักรยานแบบจริงจัง ต่อเนื่อง ไม่กี่วันอาการก็ดีขึ้น หัวเข่าที่เคยบวม เหมือนบวมน้ำก็ยุบลง อาการปวดก็ดีขึ้นเรื่อยๆ พอได้สักเดือนหนึ่ง หายเลย คือหายแบบไม่เจ็บไม่บวม ไม่เป็นอะไรอีกเลย”

แม้ร่างกายจะกลับคืนสู่สภาพปกติแล้ว แต่สำหรับคุณเจี๊ยบ โรคเก๊าต์ที่เป็นอยู่ ยังมีปัจจัยอื่น นอกเหนือจากอาหารที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความเจ็บป่วย นั่นคือ พันธุกรรมจากคุณพ่อ ดังนั้นจะต้องมีความพยายาม ที่จะรู้รักษาตัวให้ดียิ่งกว่าผู้ป่วยโรคเกาต์คนอื่นๆ เพราะหากละเลยตัวเองกลับไปเดินในเส้นทางที่ทำลายสุขภาพเข้าอีก ศัตรูถาวรอย่าง ”เกาต์” ก็พร้อมที่จะเล่นงานเสมอ

“ปัจจุบันไม่ได้ปั่นมากเท่าเดิม แต่ก็พยายามปลีกเวลาปั่นให้ได้ในวันเสาร์อาทิตย์พยายามรักษาไว้สัปดาห์ละวันสองวันอย่างนี้ แล้วก็ควบคุมอาหาร กินพวกของแสลงน้อยลง ผลที่ออกมาก็คือไม่เป็นอะไรเลย นี่ขนาดปั่นแค่อาทิตย์ละวันสองวันนะ”

สุขภาพดีเพราะขี่จักรยาน

สุขภาพดีเพราะขี่จักรยาน

“ที่ปฏิเสธยาและการรักษาของหมอ เพราะทั้งโดยส่วนตัวและประสบการณ์ที่ได้จากการปั่นจักรยาน ทำให้เชื่อว่า ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ การรักษาด้วยวิธีธรรมชาติน่าจะดีที่สุด อย่างก่อนหน้านี้เป็นทอนซิลอักเสบทุกปีก็หายขาดไปเลย พอมาถึงเกาต์จึงเชื่อว่าจักรยานต้องช่วยได้”

ประโยชน์ต่อสุขภาพที่ดีอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้นไปอีกคือ การมีกลุ่มเพื่อนที่รักสุขภาพเข้ามา เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพกันและกัน

“เชื่อไหมว่าคนที่แรกๆ อาจมาปั่นเอาสนุก แต่เมื่อปั่นเยอะขึ้นจะกลายเป็นคนรักสุขภาพไปในตัว จะเริ่มคุยกันเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา เรื่องอาหาร ปั่นๆ ไปแล้ว รู้สึกดี สุขภาพดีขึ้น ได้สังคม พวกเก่าๆ ก็เริ่มสอน เราก็ได้จากตรงนี้ติดตัวมา”

ก่อนจากกัน คุณเจี๊ยบฝากมาบอกสำหรับคนที่จะเริ่มอยากปั่นจักรยานว่า “จักรยานดีต่อสุขภาพ การจะมีจักรยานซักคันไม่ได้สำคัญที่ราคา ถ้าซื้อมาคันละแค่ไม่กี่บาท แต่ไม่ปั่นก็ถือว่าแพง”

ที่มาจาก : http://www.adwhey.com/

5 เหตุผลชวนมาปั่นจักรยานกัน

ปัจจุบัน จักรยานได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากคนทุกเพศทุกวัย เรียกได้ว่าเป็นแฟชั่นการปั่นที่อินเทรนด์อยู่มากเลยทีเดียว เพราะการปั่นจักรยานได้ทั้งความสนุกสนาน ได้สังคม และยังได้ออกกำลังกายอีกด้วย ยิ่งท่ามกลางเหตุการณ์ทางการเมืองแบบนี้ด้วยแล้ว มีรถติด ปิดถนน การจราจรไม่ค่อยสะดวก แต่คนกรุงก็ไม่หวั่น มีทางเลือกดีๆ ขี่จักรยานคันงาม เท่ๆ แนวๆ แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคน จะขี่ไปเรียนไปทำงานหรือไปเที่ยวกันบ้าง ไทยรัฐออนไลน์จึงไปหา 5 เหตุผลมาตอบคำถามให้ทุกคนได้รู้กันว่า ทำไมเราถึงต้องปั่นจักรยาน...
1. ปั่นจักรยานรักษ์โลก
นอกจากการปั่นจักรยานจะประหยัดเงิน ประหยัดค่าน้ำมัน ยังเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่งด้วยแล้ว เพราะจักรยานเป็นยานพาหนะซึ่งไม่ต้องใช้เครื่องยนต์ใดๆ ที่ทำให้ต้องเป็นตัวปล่อยมลพิษทางอากาศออกมาสู่โลกภายนอก นอกจากจักรยานไม่ก่อให้เกิดมลพิษแล้ว การปั่นจักรยานยังประหยัดพลังงานมากกว่าการเดินถึงสามเท่าในระยะทางเท่าๆ กัน เพราะถ้าลองเปรียบเทียบพลังงานที่เราใช้ในการปั่นจักรยาน ออกมาให้เหมือนรถยนต์ จะได้ประมาณ 4,705 กิโล/ลิตร



2. ลดน้ำหนักง่ายๆ ด้วยการปั่นจักรยาน


การปั่นจักรยานออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญได้ดี การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก โดยที่ไม่ต้องไปเสียเงินเข้าฟิตเนส หรือไปจ่ายกับค่าคอร์สตามสถาบันลดน้ำหนักต่างๆ ให้สิ้นเปลืองแต่อย่างใด แค่คุณลงทุนซื้อจักรยานสักคัน ไม่ต้องแพงมากหรอก เอาแค่พอขี่ได้ก่อน คุณรู้หรือไม่ว่า การปั่นจักรยานเพียง 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 600 แคลอรี หลายคนคงจะยังไม่รู้ว่ามันไม่ได้เผาผลาญแค่เฉพาะตอนที่เราปั่น ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าร่างกายของคนที่ปั่นจักรยานเป็นประจำจะมีสภาวะ “After Burner” หรือเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้อย่างต่อเนื่องหลังจากลงจากจักรยานแล้วต่อไปอีก 2-3 ชั่วโมงด้วย แค่นี้ก็หุ่นดี ผอมเพรียว แถมยังสนุกอีกด้วย


3. ร่างกายแข็งแรง สดชื่น จิตใจแจ่มใส 
การขี่จักรยาน ก็เหมือนการออกกำลังกาย พอออกกำลังกายแล้วก็จะทำให้เราร่างกายแข็งแรงสดชื่น นอกจากนี้ยังช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้นอีกด้วย เพราะเวลาที่คุณขี่จักรยานคุณจะมีเวลาในการชมนก ชมไม้ ดูบรรยากาศรอบๆ เลือกที่จะไปปั่นจักรยานในสวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวจำนวนมาก เมื่อมองไปแล้วก็จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย ทั้งนี้ยังได้สัมผัสบรรยากาศบริสุทธิ์อีกด้วย และมีรายงานสุขภาพจากอังกฤษบอกว่าคนที่ปั่นจักรยานอย่างน้อย 30 นาทีเป็นเวลาห้าวันต่อสัปดาห์ มีโอกาสป่วยน้อยกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลยกว่าเท่าตัว นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยสุขภาพในสหรัฐฯ หลายๆ ชิ้นยืนยันว่า การออกกำลังกาย โดยเฉพาะการปั่นจักรยานช่วยลดความหดหู่และความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว


4. หน้าเด็กลง
การปั่นจักรยานนั้นช่วยให้ร่างกายเราลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารได้ดีขึ้น และช่วยขับถ่ายสารพิษในร่างกายได้มีประสิทธิภาพขึ้น นอกจากนี้การออกกำลังกายอย่างการปั่นจักรยานจะช่วยกระตุ้นการผลิตสารคอลลาเจน ซึ่งเป็นสารที่สาวๆ หรือไม่สาวก็ต้องการเป็นอย่างมาก เพราะสารคอลลาเจนตัวนี้จะช่วยในเรื่องการลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า จึงไม่แปลกว่าทำไมคนที่ปั่นจักรยานเป็นประจำจึงหน้าตาอิ่มเอิบและผิวพรรณขาวใสน่าเจี๊ยะกันทั้งนั้น


5. มีความเป็นอิสระ มีสังคม ได้เพื่อนใหม่
เสน่ห์การปั่นจักรยานคงอยู่ที่ความเป็นอิสระ เมื่อไปถามนักปั่นตัวยงหลายๆ คนเขาก็จะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าการปั่นจักรยานมันไม่เหมือนกับการขับขี่รถประเภทอื่น การปั่นจักรยานมันสามารถหยุดในที่ที่เราอยากหยุดได้ ชมบรรยากาศ ทัศนียภาพอื่นๆ ซึ่งมีสถานที่หลายแห่งที่ไม่อนุญาตให้รถยนต์เข้าไป หรือแม้จะเดินเข้าไปก็ช้าและเสียเวลา จักรยานอาจเป็นทางเลือกที่ดีหากเราต้องการเข้าไปถึงในที่ที่เราต้องการ
ทั้งนี้แล้วสังคมการปั่นจักรยานก็ค่อนข้างจะอบอุ่นและเป็นมิตร ทุกคนสามารถรู้จักกันได้ภายในเวลาอันรวดเร็วเหมือนเป็นกฎการดึงดูด (Law of Attraction) คือสิ่งที่เหมือนกันจะเข้าหากัน คน 2 คนที่เหมือนกันมักจะเข้าหากัน สิ่ง 2 สิ่งที่เหมือนกันจะดึงดูดเข้าหากัน ซึ่งเป็นกฎธรรมชาติพื้นฐานที่พระเจ้าสร้างไว้อยู่แล้ว นอกจากนี้หากใครมีปัญหาอะไรก็มักจะช่วยเหลือกันและยังช่วยเสริมสุขภาพเราในทางอ้อมอีกด้วย มีผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Howard ออกมาว่าคนที่ไม่มีเพื่อนและไม่เข้าสังคมมีความเสี่ยงในการเจ็บป่วยมากกว่าคนสูบบุหรี่และคนที่เป็นโรคอ้วนเสียอีก
ที่มาจาก : http://www.thairath.co.th/

ประโยชน์ 7 อย่างดี ๆ ที่ร่างกายได้รับจากการปั่นจักรยาน

ในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่ามีคนจำนวนมากหันมาขี่จักรยานกันมากขึ้น มีทั้งขี่เพื่อความสนุกสนาน และเพื่อออกกำลังกาย ถึงขนาดมีการตั้งเป็นกลุ่มเฉพาะขึ้นมาด้วย เช่น กลุ่มคนขี่จักรยานฟิกซ์ เกียร์ เป็นต้น แต่ทราบกันหรือไม่ว่า การขี่จักรยาน ยังให้ประโยชน์กับร่างกายอีกหลายอย่างเลยทีเดียว วันนี้กระปุกดอทคอมจะมาบอกข้อดีเกี่ยวกับการขี่จักรยานให้ได้ทราบกัน



1. เป็นวิธีออกกำลังที่แสนง่าย

ใครที่ไม่อยากเสียเงินค่าสมัครสมาชิกฟิตเนสเพื่อออกกำลังกาย และต้องเสียเวลาเดินทางไปอีก ลองหันมาหยิบเจ้าจักรยานสองล้อที่บ้านมาขี่แทนสิ ไม่ว่าจะออกไปซื้อของ ไปบ้านเพื่อน หรือขี่กินลมชมวิวรอบ ๆ หมู่บ้าน ก็นับว่าเป็นการออกกำลังกายแบบง่าย ๆ ที่ไม่ต้องเสียค่าสมาชิกรายปีให้สิ้นเปลืองแต่อย่างใด แค่ลงทุนซื้อจักรยานสักคันก็เพียงพอแล้ว

2. ทำให้ระบบไหลเวียนของเลือด และการทำงานของหัวใจดีขึ้น

รู้หรือไม่ว่า การขี่จักรยานเป็นวิธีช่วยให้หัวใจได้ออกกำลังกายอีกทางหนึ่งด้วยนะ เพราะทุก ๆ ครั้งที่ขี่จักรยานจะทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น และเต้นอยู่ในอัตราที่เหมาะสม ซึ่งเป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้กับหัวใจได้ดีเชียวล่ะ นอกจากนี้ยังช่วยให้ปอดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจได้อีกด้วย

3. เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย

หากปั่นจักรยานเป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของคุณก็ยิ่งมีความแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ลองสังเกตตัวเองดูสิ เช่น เดือนแรกคุณปั่นได้วันละ 5 กิโลเมตร พอเข้าเดือนที่สองคุณอาจขี่ได้ระยะทางมากกว่าเดิม โดยที่ยังไม่รู้สึกเหนื่อยด้วยซ้ำ

4. ช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับ

กล้ามเนื้อบริเวณช่วงขาของคุณจะได้ทำงานอย่างเต็มที่ก็เพราะการขี่จักรยานนี่แหละ นอกจากนี้ยังช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับ และสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้นได้อย่างน่าทึ่งอีกด้วย

5. ลดน้ำหนัก

การขี่จักรยานออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ได้มากวิธีหนึ่ง ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก และขจัดไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย โดยที่ไม่ต้องไปเสียเงินเข้าคอร์สตามสถาบันความงามต่าง ๆ ให้สิ้นเปลืองแต่อย่างใด ซึ่งการขี่จักรยานเพียง 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า 600 แคลอรี่ เลยทีเดียว และหากยิ่งขี่ขึ้นภูเขาด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งเผาผลาญได้มากอีกหลายเท่าตัว

6. เป็นพาหนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

หากว่าที่ทำงานของคุณไม่ได้อยู่ไกลจากบ้านมากนัก ลองขี่จักรยานไปทำงานดูบ้างสิ นอกจากจะทำให้คุณมีรูปร่างดีจากการออกกำลังแล้ว ยังเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่งด้วย เพราะจักรยานเป็นยานพาหนะซึ่งไม่ต้องใช้เครื่องยนต์ใด ๆ ที่เป็นตัวปล่อยมลพิษทางอากาศออกมาสู่โลกภายนอก

7. ช่วยให้สุขภาพร่างกายและจิตใจดีขึ้น

อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า การขี่จักรยาน เป็นการออกกำลังกายวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เรามีสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้นอีกด้วย เพราะเวลาที่คุณขี่จักรยานตามสวนสาธารณะที่อุดมไปด้วยต้นไม้สีเขียวจำนวนมากรายล้อมอยู่รอบ ๆ จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายกว่าเดิม รวมทั้งได้สูดบรรยากาศบริสุทธิ์อีกด้วย ดังนั้นหากเป็นไปได้ ควรออกมาขี่จักรยานข้างนอก ดีกว่าขี่จากเครื่องออกกำลังตามฟิตเนสนะ

เอาล่ะ ในเมื่อทราบข้อดีต่าง ๆ จากการขี่จักรยานกันไปแล้ว คงทำให้หลายคนมีแรงกระตุ้นในการหันมาออกกำลังกายด้วยวิธีนี้กันมากขึ้นไม่มากก็น้อยนะ เพราะประโยชน์ที่ได้รับก็อยู่กับตัวคุณเองทั้งนั้น จริงไหมครับ ;)

วิธีลดน่อง ด้วยการปั่นจักรยาน

ในปัจจุบันการออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน ได้กลายมาเป็นหนึ่งในวิธีการออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วนที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งเรามักจะเห็นคนที่ปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกายทั้งแบบคนเดียว หรือปั่นกันเป็นกลุ่มอยู่ตามริมถนน หรือสวนสาธารณะบ่อยครั้ง ซึ่งการปั่นจักรยานนี้มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากมาย ซึ่งหนึ่งในประโยชน์เหล่านั้น ที่เรากำลังจะพูดถึง และความสำคัญในหัวข้อต่อไปนี้ ก็คือ วิธีลดน่อง โดยการปั่นจักรยานนั่นเอง


ข้อดีของการออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน

การปั่นจักรยานโดยส่วนใหญ่ จะใช้พลังงานโดยเฉลี่ยประมาณ 300 แคลอลี่ ต่อชั่วโมง ซึ่งการใช้พลังงานในระดับดังกล่าวจะสามารถช่วยในการลดความอ้วนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อขา โดยเฉพาะบริเวณต้นขา น่องให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้นอีกด้วย และการปั่นจักรยานยังมีข้อดี คือ ดีกว่าการวิ่ง เพราะจะไม่ส่งผลกระทบกับข้อเท้า หัวเข่า และหลัง ในขณะที่ออกกำลังปั่นจักรยานยังช่วยทำให้ลดอัตราการสะสมของไขมันที่ผนังหลอดเลือดหัวใจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และเมื่อทำการออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยานเสร็จแล้ว ยังทำให้เกิดสภาวะ After Burner หรือการเผาผลาญไขมันส่วนเกินอย่างต่อเนื่อง หลังจากการปั่นจักรยานแล้วต่อไปอีก 2-3 ชั่วโมง ซึ่งอาจจะมากกว่าในขณะที่ทำการปั่นด้วยซ้ำ การปั่นจักรยานจึงเป็นวิธีลดน่องได้อย่างดีเยี่ยม


วิธีการปั่นจักรยานเพื่อลดน่องอย่างถูกต้อง

ในความเป็นจริงแล้ว ส่วนประกอบของน่องโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นกล้ามเนื้อ ดังนั้นสำหรับคุณสาวๆที่อยากให้น่องเล็กลงและกระชับมากขึ้น ควรใช้หลักการปั่นจักรยานแบบ “เร็ว นาน เหนื่อย” หรือใช้วิธีการปั่นแบบเกียร์เบาเร็วๆ เน้นไปที่จำนวนรอบการปั่นจำนวนมากๆ ซึ่งจะช่วยทำให้ขนาดของน่องลดลงได้ แต่ควรระวังอย่าเผลอไปทำการปั่นแบบเกียร์หนัก ที่มีความหนัก และความฝืดในการปั่นที่สูงมาก เพราะถึงแม้วิธีดังกล่าวจะช่วยทำให้น่องกระชับขึ้นอย่างรวดเร็วก็ตาม แต่ก็จะทำให้น่องมีขนาดใหญ่มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเทคนิคอื่นๆ ที่จะช่วยทำให้คุณสาวๆสามารถปั่นจักรยานได้อย่างที่ไม่ต้องกังวลใจกลัวว่าน่องจะโตขึ้น โดยมีวิธีลดน่อง ดังต่อไปนี้

ที่มาจาก : http://www.kondoodee.com/